Fic - PSC 01
posted on 01 Oct 2006 23:35 by benisonสิ้นเสียงออดเลิกเรียนดังขึ้น การรวมตัวของเหล่าผู้อยู่เหนือกฎโรงเรียนจึงเริ่มขึ้น คนร่วมร้อยของสายชั้นม.ห้าที่มีอาวุธครบมือต่างตรงไปยังหลังโรงเรียนที่เป็นที่ว่างพอจะจุคนได้มากและสามารถทำอะไรได้โดยไม่ให้ใครรู้
บุรุษที่ยืนเด่นหรากลางคนนับร้อยคือมิยาบิหัวหน้า รอยยิ้มฉายบนใบหน้าแต่ดวงตาที่ไม่รู้รู้สึกยังไงกลับถูกซ่อนไว้ใต้แว่นกันแดดนั่น
จะตายแล้วยังเสือกยิ้มดีอีกนะเอ็ง หนึ่งในกลุ่มคนร่วมร้อยพูดขึ้น การโดนรุมกำลังจะเริ่มเหยื่อคือมิยาบิ ดูเหมือนเขาจะรู้ชะตากรรมของเขาดี รอยยิ้มเมื่อครู่ไม่ได้จางออกไปจากใบหน้า กลับทำหน้ายิ้มเยาะราวกับไม่สนใจใครทั้งนั้น
เอ็งตาย.. เสียงพูดที่ดังออกมาอย่างเรียบเฉย พลางวิ่งตรงไปยังมิยาบิที่ยืนยิ้มอยู่
หมัดแรกที่ส่งตรงกระทบเข้าที่ใบหน้านั่นอย่างจัง มิยาบิเซไปด้านหลังเล็กน้อยก่อนจะตอบแทนกลับคืนไปเป็นชุดด้วยหมัดสองเตะสามถีบสอง ตอนนี้การเดี่ยวเริ่มขึ้นกลางวงล้อม ไม่นานมิยาบิก็ล้มคู่ต่อสู้ลงได้ และคนต่อไปก็เข้ามาแทนที่ คนแล้วคนเล่าที่เขาล้มลง ความเหนื่อยล้ารวมไปถึงบาดแผลที่เกิดขึ้น ทำให้เขาพลาดลง การรุมจึงเกิดขึ้น ร่างกายของชาไปด้วยความบอบช้ำที่กระหน่ำลงมา เสียงที่ได้ยินคือเสียงตุบๆที่ข้างหู ก่อนเขาจะหลับตาลงไป คงถึงคาดแล้วมั้งวันนี้ความคิดที่แล่นเข้ามาตอนนี้
ไอ้เชี่ย!! มึงทำเพื่อนกู เสียงหนึ่งที่ทำให้เขาเกิดนึกเบิกตาโพรงขึ้นมาดูเจ้าของเสียง
รุกิเดินนำเพื่อนร่วมสิบกว่าคนเดินผ่าวงล้อมตรงมายังเขาที่นอนอยู่ ตอนนี้คนเริ่มถอยห่างออกจากเขาแล้ว เพราะเดินไปฟัดกะคนกลุ่มใหม่ที่เดินเข้ามา ภาพที่เห็นตอนนี้คือ ฝุ่นที่ฟุ้งกระจายแลเห็นเรตะกำลังล้มคู่ต่อสู้คนแล้วคนเล่าลง แลเห็นโชกำลังแลกหมัดกะใครบางคนอยู่ ภาพทำไมมันดูเรือนๆชอบกลก่อนสติเขาจะหายไป
เฮ้ยๆ เอ็งตื่นได้แล้ว เสียงของรุกิดังขึ้นข้างๆผม พลางเอามือเล็กๆที่เต็มไปด้วยเลือดที่ไม่รู้ของรุกิหรือใครมาตบๆเรียกผม
ผมเบิกตาโพรงพรางลุกขึ้นอย่างร้อนรนจนลืมสภาพตัวเอง
โอ๊ย ผมร้องเสียงหลง พลางล้มลงไปนอนกับพื้นอีกรอบ
แล้วจะรีบลุกทำไม ? เสียงนาโอะเอ่ยออกมาพลางหันมามองผม
ผมเหลือบมองนาโอะที่กำลังง่วนอยู่กับการกระทืบคนซ้ำ เท่าที่ผมประเมินสภาพเพื่อนผมแต่ล่ะคนไม่ได้ต่างอะไรกับผมมากมายนัก แล้วข้างๆผมยังมีฮิโรโตะที่นอนอยู่ไม่แน่ใจว่ามันหลับหรือสลบ
ไง ไม่เป็นไรใช่เปล่า ไคเอ่ยถามพลางเอนตัวล้มลงนอนข้างผม ใบหน้านั้นยิ้มอ่อนโยนส่งมาให้ ผมยิ้มกลับเป็นเชิงว่าไม่เป็นไร
เฮ้ยๆ พอแล้วนาโอะ อาโออิ เสียงรุกิเอ่ยบอกคนสองคนที่สภาพไม่ต่างอะไรกับตัวเองมากนัก กำลังกระทืบซ้ำลงร่างที่นอนเจ็บอยู่อย่างไม่หายแค้น อาโออิเดินกลับมาหาพวกผม นาโอะเตะเข้าที่ท้องน้อยของร่างที่อยู่ใกล้เท้าที่สุดก่อนจะเดินกลับไปหารุกิ
ขอบใจนะ ผมเอ่ยพลางลุกขึ้นมองหน้าทุกคน พวกนั้นยิ้มตอบกลับออกมา
นี่แหนะ รุกิพูดพลางตบหัวผมดังป้าบ
ไรว้า ผมลูบหัวปอยๆพลางถามรุกิด้วยสีหน้างง
คราวหน้ามีเรื่องอะไรบอกกันบ้างสิว่ะ นี่ถ้าอุรุฮะไม่ได้ยินพวกม.ห้ามันคุยกัน พวกข้าได้เสียตังค์ค่าซองเอ็งแล้ว รุกิเอ่ยพลางจ้องหน้าผมอย่างหาเรื่อง
กลับบ้านกันได้แล้ว เรตะเอ่ยพลางดึงร่างรุกิเดินนำหน้าไป ตามด้วยพวกผมที่เดินพาร่างช้ำๆของตัวเองเดินตามไป
รถบีเอ็มซีรี่ส์ห้าสีดำข้างในมีโทระเป็นคนขับ และฮิโรโตะที่ถูกนาโอะแบกมาวางไว้เบาะหลังส่วนเจ้านาโอะก็นั่งคุมไปด้วย ด้านหน้ามีซางะนั่งอยู่ รถสปอร์ตสีดำและสีบอนร์ขับตามมาติด สีดำคนขับคือเรตะตุ๊กตาหน้ารถคือรุกิที่หน้ามุยด้วยความเคืองผมอยู่ มีไคที่นั่งจ้อกับอาโออิอยู่ด้านหลัง ส่วนผมนั่งสปอร์ตสีบอนร์ของตัวเองโดยมีโชอาสาขับให้มีอุรุฮะนั่งอยู่ด้านหลัง ถนนกลางเมืองโตเกียวในช่วงตอนเย็นดูวุ่นวายไม่น้อย เสียงเพลงCassis บรรเลงเบาๆภายในรถที่มีแอร์เย็นช่ำ
สิ้นสัณญาณไฟแดง รถของเรตะก็ออกนำมุ่งไปคอนโดของผมเพื่อผมจะได้ตอบแทนพวกนี้เล็กน้อย
รถออกตัวได้ไม่นาน โชก็เยียบเบรกกระทันหันเมื่อสาวร่างเล็กวิ่งตัดหน้า ผมเองก็ตกใจไม่น้อยที่มีใครคนหนึ่งมาฟุบลงหน้ารถผม เสียงบ่นด่าของรุกิดังตามจากด้านหลัง เมื่อเรตะเยียบเบรกแทบไม่ทันตามพวกผม นี่ยังไม่รวมเสียงด่าของซางะจากรถโทระอีกนะ
ผมรีบลงไปดูร่างที่อยู่หน้ารถ ผมประคองร่างเล็กนั่นขึ้นมา พลางเขย่าเล็กน้อยเพื่อเรียกสติเขา แต่ดูท่าเจ้าตัวยังไม่รู้สึกตัว ผมเหลือบดูตราสัญลักษณ์ที่หน้าอกนี่เธอก็เป็นนักเรียนโรงเรียนผมนี่
เฮ้ย เอ็งปล่อยมือออกจากยัยนั่นเลยนะ เสียงคนกลุ่มหนึ่งที่วิ่งตรงมายังผมที่ประคองอีกร่างที่หมดสติไว้
ตอนนี้โชลงมายืนข้างผมแล้ว รวมไปถึงเรตะกับรุกิที่เดินมารวมกับผม ส่วนอุรุฮะนั่งส่งสายตาเย็นเยียบเหล่มองพวกที่กำลังเดินมา
น้องเขาไปทำอะไรเอ็ง ผมถามออกไป เพราะดูจากสัญลักษณ์ที่ปักตรงคอเสื้อแล้วเธอห่างผมหนึ่งปี
แล้วพวกเอ็งยุ่งอะไรด้วย พวกนั้นถามผมกลับ
นี่ มิยาบิ แกก็เอาคืนเขาไปสิ รุกิหันมาบอกผม ทั้งๆที่ดูท่าทางเตรียมตัวมีเรื่องเต็มที่
ผมพยายามอุ้มคนที่นอนหมดสติให้อ้อมกอดผมขึ้นรถไปนั่งข้างอุรุฮะ ใครจะส่งกลับกันเล่าเล่นน่ารักอย่างนี้
ถ้าข้าไม่ให้เอ็งจะทำไม ผมถามเมื่อเอาคนเข้ารถเสร็จ
พวกมันวิ่งตรงมาซัดผม ดีที่ผมหลบทันถีบเข้าที่ท้องไปครั้งก่อนจะตามไปซัดต่อ เรตะคว่ำไปสองรุกิกำลังสนุก ส่วนพวกผมที่เหลือลงจากรถมาหมดแล้ว อันที่จริงฝีมือพวกนี้ก็ไม้เท่าไหร่หรอกแต่มีกันเยอะจริงๆราวๆสิบหกคนได้มั้ง ผมสงสัยจริงว่ามันมายุ่งอะไรกับผู้หญิงคนนี้ แต่พอจะเอ่ยบอกถามพวกผมหลังซัดเสร็จมันก็พากันวิ่งหนีไปหมดซะก่อน
แล้วพวกเอ็งจะได้เห็นดี เสียงอวดเก่งของไอ้คนที่พูดตอนแรกพูดทิ้งท้ายก่อนจะวิ่งหนีไป
โทระเดินไปขึ้นรถก่อนใครเพื่อน รุกิเดินกอดอกขึ้นรถไปเรตะจึงเดินตามไป ผมเดินไปดูคนที่นอนอยู่เบาะหลังก่อนจะไปนั่งด้านหน้าตามเดิม
ไม่นานพวกผมก็ถึงคอนโดผม รุกิเดินขึ้นไปบนห้องก่อนผมที่เป็นเจ้าของห้องซะอีก ผมพยายามอุ้มร่างเล็กที่นอนไม่รู้เรื่องขึ้นไปอย่างรำบาก อันที่จริงคงไม่รำบากอะไรมากมายหรอก ถ้าก่อนหน้านี้ผมไม่เจอศึกถึงสองครั้ง
ผมค่อยๆวางร่างเล็กลงบนเตียงในห้องอย่างเบามือ พลางเอาผ้าห่มวางลงบนตัว ทำไมน่ารักอย่างนี้นะผมพึมพำคนเดียว ยังไม่เคยเจอใครน่ารักอย่างนี้เลย ผมนั่งจ้องหน้าที่หลับไม่รู้เรื่องนานพอควร นานพอที่เจ้ารุกิจะตะโกนลั่นเรียกผม ผมงี้รีบไปตะครุบปากมันแทบไม่ทัน
ถ้าทำเธอตื่นจะว่าไง ผมส่งเสียงดุ
นั่นแน่ ชอบเขาแล้วไง รุกิเอ่ยพลางทำตานึกสนุก
ผมรีบเบือนที่เริ่มแดงหน้าหนี เจ้ารุกิหัวเราะชอบใจก่อนจะเดินไปนั่งข้างเรตะบนโซฟา
edit @ 2007/05/13 10:53:30


อา...นึกภาพออกเลย...รีบต่อตอนต่อไปนะ
#1 By ~AkiRA.~ on 2006-10-02 00:08