Fic - Shou x Hiroto 01

posted on 22 Oct 2006 13:03 by benison

ครับ จะออกไปเดี๋ยวนี้ ผมรีบขับรถออกไปบ้านเมื่อรับโทรศัพท์เสร็จ เสียงปลายสายกำลังสะอื้นพลางพร่ำพูด แข่งกับสายฝนที่ตกลงมาอย่างไม่ปราณี

ไม่นานผมก็ขับรถมาถึง ผมรีบร้อนลงจากรถอย่างไม่สนใจจะดับเครื่องยนต์ หรือสนใจว่าผมจะเปียกหรือไม่ในกลางสายผมที่ตกหนักอย่างนี้ ผมตรงไปโอบกอดร่างที่สั่นสะอื้น เขากอดผมกลับอย่างแน่น ผมอุ้มเขาขึ้นไปนั่งในรถของผม ก่อนผมจะรีบขับพาเขามาที่ห้องผมก่อน

ห้องผมถูกเปิดไฟขึ้นที่ละดวงเมื่อผมกลับเข้ามาอีกครั้ง ผมหยิบผ้าขนหนูมาเช็ดตัวให้เขา เรือนผมที่เคยตรงสวยงามตอนนี้เปียกน้ำจนดูยุ่งไปหมด เรียวแขนที่ดูบอบบางทั้งสองข้างมีรอยเล็บที่ถูกกดจนเป็นรอยช้ำหลายที่ รวมไปถึงรอยของมีคมบาดอยู่สองสามที่ และแผลบางที่ยังมีเลือดที่ไหลออกมาไม่หยุด เรียวขายาวมีรอยถลอกจากอะไรบางอย่างเกิดขึ้นปะปลาย ตรงลำคอระหงนั่นจากที่เคยมีสร้อยที่เขารักยิ่ง ตอนนี้กลับว่างเปล่า มีรอยแดงยาวเกิดขึ้นที่ต้นคอขาวๆนั่นแทน ผ่ามือนุ่มๆข้างซ้ายมีรอยแดงยาวปรากฏแทน ผมคิดเองว่ารอยที่ต้นคอและผ่ามือเกิดขึ้นเพราะเขาดึงสร้อยคอออกล่ะมั้ง ผมชันเข่าขึ้นเพื่อเริ่มเช็ดใบหน้าที่ก้มไม่ยอมเงยของเขาดวงตาที่กลมโตมีน้ำตาคลอขนตาแพรหนาโอบไปด้วยน้ำตา ดวงตารวมไปถึงภายในจิตใจของเขาคงบอบช้ำอย่างมาก ผมมองจ้องหน้าเขาอย่างเจ็บปวดกับสภาพของเขาในตอนนี้ ผมพยายามเช็ดหน้าเขา น้ำใสอุ่นหล่นลงมาจากดวงตาช้ำนั่น ผมมองสบนัยน์ตาที่หอบเอาความเจ็บปวดไว้กับตัว มือผมที่กำลังเช็ดหน้าเขาหยุดลง มือที่สั่นเทากำมือผมแน่น แน่นเท่าที่ร่างกายที่ไร้เรี่ยวแรงนั่นจะออกแรงได้ เสียงสะอื้นเขายังไม่หยุด น้ำตาร่วงลงอย่างไม่รู้ที่สิ้นสุด ราวกับจะไหลออกมาเรื่อยๆ ผมมองสบนัยน์นั่นตลอด ดวงตาที่โอบน้ำตาจนช้ำไปหมด เขาจะรู้ไหม? ว่าผมน่ะเจ็บปวดมากกว่าเขาซะอีก ผมอยากจะเอาความรู้สึกของเขาในตอนนี้มาให้ผมบางก็ยังดี ผมยินดีจะเจ็บแทนเขาเสมอ เวลาร่วงมาราวๆตีสามเขาร้องไห้จนหมดแรงจนเผลอหลับไป ก่อนหน้านี้เขาพร่ำเรียกชื่อคนที่เขารักยิ่ง คนที่ทำเขาเจ็บจนมานั่งร่ำไห้อยู่กับผมนี่ ผมนึกแค้นในตัวเขาที่ทำเขาถึงขนาดนี้ แต่เขากลับไม่เคยนึกเกียจเคนคนนั้นซักครั้ง

แสงแดดยามเช้าสาดเข้ามาทางหน้าต่างที่ไม่ได้ปิดม่านไว้ตั้งแต่เมื่อคืน ผมตื่นขึ้นอย่างงัวเงียเพราะเมื่อคืนกว่าจะได้นอนก็ราวตีสี่ ร่างที่บอบช้ำนอนหลับสนิทอยู่บนโซฟาด้านหลังผม ผมใช้มือปัดเส้นผมที่คลอเคลียใบหน้าให้ออกจากหน้าคนที่นอนอยู่อย่างระวัง กลัวว่าเขาจะตื่น คาบน้ำตายังคงมีให้เห็น แม้เวลาที่ผมตื่นก็สายมากแล้วและผมยังต้องไปซ้อมดนตรีอีก แต่ไม่ว่ายังไงผมขอนั่งจดจำใบหน้าคนที่ผมรักในตอนนี้ให้นานที่สุดเท่าที่จะนานได้ก่อนก็แล้วกัน ผมนั่งมองหน้าเขาอยู่นาน จนคนที่นอนอยู่เริ่มขยับแพรขนตาหน้าขึ้น ผมรีบลุกขึ้นราวอย่างรวดเร็ว พลางเดินเข้าห้องน้ำไป เกือบไปแล้วไหมล่ะ

ไง ตื่นแล้วเหรอ ผมทักเขาเมื่อผมเดินออกมาจากห้องนอนผม ในชุดที่ใหม่ของวันนี้

หันมาสบตาผมตอบพลางยิ้ม ก่อนจะลุกขึ้นเดินไปนั่งลงที่โต๊ะกินข้าวในห้องครัว ที่ผมไม่ค่อยจะได้ใช้มันนัก

หิวแล้ว โชเขากล่าวออกมา ผมยิ้มออกมาก่อนจะเดินไปหาเขาที่ห้องครัว พลางวางผ้าขนหนูผืนใหม่ลงบนหัวของคนที่นั่งอยู่

ไปอาบน้ำ แล้วค่อยมากิน ผมพูดพลางเดินไปเปิดตู้เย็น ส่วนคนโดนสั่งก็ลุกไปอาบน้ำอย่างว่าง่าย

ไม่นานเขาก็เดินออกมาจากห้องน้ำในชุดคลุม นั่งลงที่เดิมของเธอก่อนหน้านี้

ผมนั่งลงตรงข้ามเขา โต๊ะอาหารที่มีไว้นานแล้ว ผมไม่ค่อยชอบมันนักเพราะทุกครั้งที่ผมใช้มัน จะมีแค่ผมเท่านั้นที่นั่งอยู่คนเดียว แต่วันนี้ ตอนนี้ เวลานี้ มีเขามานั่งลงตรงข้ามกัน จากที่เคยนั่งมองออกไปนอกหน้าต่างดูสภาพเมืองที่วุ่นวาย แต่ตอนนี้มีเขาที่ช่วยให้ผมยิ้มออกมาอย่างไม่ยากเย็นนัก

มองไร ไม่กินเหรอ เขาถามขึ้นเมื่อผมมองเธอไม่วางตา

ผมส่ายหน้า ก่อนจะยิ้มแล้วลุกขึ้นเดินไปเก็บแก้วกาแฟที่ผมดื่ม

นี่ เล่าได้ยัง เมื่อคืนเกิดอะไรขึ้น ผมถามออกมา จากใบหน้าที่กำลังยิ้มแย้มกับอาหารฝีมือผมตรงหน้า กลับเศร้าลงราวเมื่อคืน

ง่า.....ช่างมันเถอะ เขาตอบด้วยเสียงสั่นๆ พลางไม่มองหน้าผม เลือกกลบเกลื่อนด้วยการสนอาหารตรงหน้ามากกว่า

เอางั้นก็ได้ แต่มีเรื่องอะไรก็บอกฉันได้นะ ผมกล่าวออกไปด้วยที่เสียงอ่อนโยน พลางมองหน้าที่ที่ก้มลงอย่างไม่นึกเงยขึ้นมามอง

อะไรเล่า ไม่มีอะไรหรอก เขาพูดขึ้นพลางเงยหน้ามายิ้มให้ผมอย่างไม่ลืมตา ด้วยท่าทางที่สดใสของเขาที่แสร้งทำขึ้นเพื่อให้ผมสบายใจ แต่ถึงยังไงผมก็สังเกตเห็นน้ำตาที่เลอะอยู่ขอบตาเขา

แล้วนี่ จะเข้าบริษัทปะ ผมถามเขา

คงไม่อะ เขาตอบแล้วสนใจกับอาหารตรงหน้าต่อ

งั้นแต่งตัว เดี๋ยวไปส่งบ้าน ผมบอกพลางเดินกลับมานั่งลงตรงข้ามเขา

ไม่กลับ จะอยู่นี่ เขาตอบเสียงดูเอาแต่ใจ พลางลุกไปเก็บจานที่อ่างล้างจาน

ผมเลี้ยวหันไปมองหน้าเขา เขาส่งยิ้มให้อย่างกวนๆ ก่อนจะหันไปล้างจาน

ถึงใจหนึ่งดีใจจนทำอะไรไม่ถูกจนเผลอยิ้มออกมา แต่อีกใจก็กลัวอะไรอะไรในใจจะหลุดออกมา

งั้นเฝ้าบ้านด้วยล่ะ แล้วจะกลับมา ผมพูดเมื่ออยู่หน้าประตูห้องผม มันเหมือนฝันจริงๆ ที่เขามายืนส่งผมตอนกำลังจะออกไปทำงาน มันทำให้ดูเหมือนคู่แต่งงานยังไงยังงั้น เขายิ้มให้ก่อนจะค่อยๆปิดประตูลงเมื่อผมเดินลงลิฟไปแล้ว


edit @ 2007/05/13 10:21:16

Comment



smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

Tweet

ฟิคเรื่องให่อะคับ

อยู่รู้ว่ามันเป็นไงช่วยบอกด้วยน่ะงับ

#1 By ◈ CROW ◈ on 2006-10-22 13:05

โอ่ แหม่ แบบว่า ถ้าเป็นความกรุณาอย่างยิ่ง ไม่ใช่คำว่าเธอได้มั้ยง่า แบบว่า ฮะฮะ มันนึกถึงผู้หญิงคนไหนไม่รู้งะ

แล้วก็ตกใจกับชื่อเรื่องมาก เกือบช็อค 5555 แล้วบางที่ดูเหมือนใช้คำผิด หรือพิมพ์ผิด ฮะฮะ

สุดท้าย ขอยาวกว่านี้น้า แต่ก็สนุกดีครับ
อ่า...สีตัวหนังสือมันกลืนไปกับพื้นหลังเลยอ่ะงับ

อือ...ยังไงก็จะติดตามอ่านเรื่อยๆงับ

อยากให้ลองให้สรรพนามอื่นที่ใช้แทนฮิโรโตะง่า เป็นเธอแล้วให้ความรู้สึกเหมือนผู้หญิงเลย
นึกว่าโชแอบมีกิ๊กที่ไหน อิอิ

P$. ยังมีพิมพ์ผิดอยู่นิดหน่อยนะงับ ลองซีนๆละเอียดกว่านี้อีกนิด^o^ สู้ๆงับ

#3 By ~:l3la$t:~ (58.9.31.228) on 2006-10-22 15:04

ตามมาอ่านอ่าฮะ
เขียนต่อสิ ยังไม่รู้จะตำหนิไร เพราะยังอ่านๆได้ไหมดน่ะ
อื้อๆ..สีตัวหนังสือ พระเจ้าโจจิอย่างแรง ฮา

#4 By follow u (222.123.27.236) on 2006-10-22 17:02

ตัวหนังสือสีอ่านยากมากกก T^T
อ๊ากกก แต่งพี่ฮิโตะกะพี่โชแล้ว >3<
โค้งคำนับให้งามๆๆๆพร้อมตบมือให้อีกร้อยแปะ XD

#5 By (≡^∇^≡)oERINA~ on 2006-10-22 17:12

ถ้าไม่อ่าน จะว่ามั้ย
เพราะมันยาวมากๆเกินกว่าที่สายตาเคียวจะรับได้ 5555++
ตอนนี้สายตามีปัญหาอ่ะ
เอาเป็นว่า ว่างๆจะเข้ามาอ่านก้อแร้วกัน
คิดถึงจร๊า....คุณลูก
*กอดดดดดดดดดดดดดดดดด*

#6 By Niimura Kyo on 2006-10-23 16:08

^
^
เห็นด้วยว่าอ่านยากไปนิดส์
(ต้องกด ctrl+a ก่อน ถึงจะอ่านได้)

ฟิกหนุกดีครับ
จะคอยติดตามอ่าน

#7 By Already Exist™ on 2006-10-31 08:35